สร้างระบบ RAG ที่มีประสิทธิภาพ: ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
2/19/2026
3 min read
# สร้างระบบ RAG ที่มีประสิทธิภาพ: ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
การสร้างเสริมการสร้าง (Retrieval-Augmented Generation, RAG) ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันที่ใช้แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model, LLM) มันช่วยเพิ่มความสามารถของ LLM โดยการดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งความรู้ภายนอก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของ LLM ในด้านความครอบคลุมของความรู้และความทันสมัย บทความนี้จะสำรวจในเชิงลึกถึงขั้นตอนต่างๆ ของ RAG และให้เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างระบบ RAG ที่มีประสิทธิภาพ
## RAG คืออะไร
RAG เป็นสถาปัตยกรรมที่ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานความรู้ภายนอกก่อนที่จะสร้างคำตอบ วิธีนี้รวมความสามารถในการสร้างของ LLM เข้ากับความถูกต้องและความเรียลไทม์ของข้อมูลภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวโดยง่าย RAG ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้:
1. **การดึงข้อมูล (Retrieval):** ดึงเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานความรู้ภายนอกตามคำค้นหาของผู้ใช้
2. **การเสริม (Augmentation):** เพิ่มข้อมูลที่ดึงมาลงในคำค้นหาของผู้ใช้ เพื่อสร้างข้อความแจ้ง (Prompt) ที่ได้รับการปรับปรุง
3. **การสร้าง (Generation):** ป้อนข้อความแจ้งที่ได้รับการปรับปรุงลงใน LLM เพื่อสร้างคำตอบหรือข้อความสุดท้าย
## ข้อดีของ RAG
* **การเสริมความรู้:** RAG ช่วยให้ LLM เข้าถึงข้อมูลที่กว้างขวางและทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเอาชนะข้อจำกัดด้านความรู้ที่มีอยู่ใน LLM
* **ความสามารถในการอธิบาย:** RAG ให้เอกสารที่ดึงมาเป็นพื้นฐานสำหรับคำตอบ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการอธิบายและความน่าเชื่อถือของคำตอบ
* **ลดภาพหลอน:** โดยการอิงคำตอบจากความรู้ภายนอก RAG สามารถลดความเสี่ยงที่ LLM จะสร้าง "ภาพหลอน" (เช่น การสร้างข้อเท็จจริง) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
* **ความเรียลไทม์:** RAG สามารถรวมเข้ากับแหล่งข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อให้มั่นใจว่า LLM สามารถให้ข้อมูลล่าสุดได้
* **ความคุ้มค่า:** เมื่อเทียบกับการฝึก LLM ใหม่ RAG เป็นวิธีการปรับปรุงความรู้ที่ประหยัดกว่า
## ขั้นตอนในการสร้างระบบ RAG
ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนโดยละเอียดในการสร้างระบบ RAG:
### 1. การเตรียมข้อมูล
* **การเลือกแหล่งข้อมูล:** เลือกฐานความรู้ที่เหมาะสม เช่น คลังเอกสาร เนื้อหาเว็บไซต์ ฐานข้อมูล API ฯลฯ
* **การล้างและประมวลผลข้อมูลล่วงหน้า:** ทำความสะอาด ขจัดข้อมูลที่ซ้ำกัน จัดรูปแบบ ฯลฯ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความสอดคล้องของข้อมูล
* **การแบ่งเอกสาร (Chunking):** แบ่งเอกสารขนาดใหญ่ออกเป็นส่วนย่อยๆ (chunks) เพื่อให้ง่ายต่อการดึงข้อมูล กลยุทธ์การ Chunking มีผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพของ RAG กลยุทธ์ทั่วไป ได้แก่ การแบ่งตามขนาดคงที่ การแบ่งตามความหมาย ฯลฯ
* **การแบ่งตามขนาดคงที่:** แบ่งเอกสารตามจำนวนอักขระหรือจำนวนโทเค็นที่กำหนด
* **การแบ่งตามความหมาย:** พยายามแบ่งเอกสารตามหน่วยความหมาย เช่น ประโยค ย่อหน้า หรือบท บางเครื่องมือ เช่น Langchain มีตัวแบ่งเอกสารตามความหมายของข้อความ
### 2. การสร้างดัชนี
* **การฝัง (Embedding):** ใช้แบบจำลองการฝัง (เช่น `text-embedding-ada-002` ของ OpenAI หรือ sentence transformers ของ Hugging Face) เพื่อแปลงส่วนย่อยของข้อความเป็นเวกเตอร์ แบบจำลองการฝังสามารถเข้ารหัสข้อมูลเชิงความหมายของข้อความเป็นเวกเตอร์ ทำให้ข้อความที่มีความหมายคล้ายกันอยู่ใกล้กันมากขึ้นในปริภูมิเวกเตอร์
* **ฐานข้อมูลเวกเตอร์:** จัดเก็บเวกเตอร์การฝังในฐานข้อมูลเวกเตอร์ เช่น Pinecone, Weaviate, Milvus, Chroma เป็นต้น ฐานข้อมูลเวกเตอร์สามารถทำการค้นหาความคล้ายคลึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อค้นหาส่วนย่อยของข้อความที่เกี่ยวข้องมากที่สุดตามคำค้นหาของผู้ใช้
* **การจัดการข้อมูลเมตา:** นอกเหนือจากเนื้อหาข้อความ คุณยังสามารถจัดเก็บข้อมูลเมตาสำหรับส่วนย่อยของข้อความแต่ละส่วน เช่น แหล่งที่มาของเอกสาร เวลาที่สร้าง เป็นต้น ข้อมูลเมตาสามารถใช้เพื่อกรองและจัดเรียงผลการค้นหาได้
### 3. การดึงข้อมูล
* **การฝังคำค้นหา (Query Embedding):** ใช้โมเดลการฝังตัวเดียวกันกับการสร้างดัชนีเพื่อแปลงคำค้นหาของผู้ใช้ให้เป็นเวกเตอร์
* **การค้นหาความคล้ายคลึง (Similarity Search):** ทำการค้นหาความคล้ายคลึงในฐานข้อมูลเวกเตอร์ เพื่อค้นหาบล็อกข้อความที่คล้ายกับเวกเตอร์คำค้นหามากที่สุด เมตริกความคล้ายคลึงที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ ความคล้ายคลึงแบบโคไซน์ (Cosine Similarity), ระยะทางแบบยุคลิด (Euclidean Distance) เป็นต้น
* **การจัดเรียงลำดับและกรองผลลัพธ์การดึงข้อมูล (Retrieval Results Ranking and Filtering):** จัดเรียงลำดับและกรองผลลัพธ์การดึงข้อมูลตามคะแนนความคล้ายคลึงและข้อมูลเมตา (Metadata) เพื่อเลือกบล็อกข้อความที่เกี่ยวข้องมากที่สุด
* **กลยุทธ์การเรียกคืน (Recall Strategy):** ต้องพิจารณาอัตราการเรียกคืนของการดึงข้อมูล นั่นคือ ความสามารถในการค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือไม่ สามารถลองใช้กลยุทธ์การดึงข้อมูลที่แตกต่างกันได้ เช่น การเพิ่มจำนวนผลลัพธ์การดึงข้อมูล การใช้เมตริกความคล้ายคลึงที่แตกต่างกัน เป็นต้น
### 4. การสร้าง (Generation)
* **วิศวกรรมพรอมต์ (Prompt Engineering):** ออกแบบเทมเพลตพรอมต์ที่เหมาะสม เพื่อรวมบล็อกข้อความที่ดึงมาและคำค้นหาของผู้ใช้เข้าด้วยกัน เทมเพลตพรอมต์ที่ดีสามารถนำ LLM ไปสู่การสร้างคำตอบที่ถูกต้องและเกี่ยวข้องมากขึ้น
* **การเรียนรู้ในบริบท (In-Context Learning):** ใส่ตัวอย่างบางส่วนในพรอมต์ เพื่อสาธิตวิธีการสร้างคำตอบตามบริบท
* **คำสั่งที่ชัดเจน (Explicit Instructions):** แจ้งให้ LLM ทราบอย่างชัดเจนในพรอมต์ว่าต้องทำภารกิจอะไร เช่น "ตอบคำถามตามข้อมูลต่อไปนี้", "สรุปเนื้อหาต่อไปนี้" เป็นต้น
* **การเลือก LLM (LLM Selection):** เลือก LLM ที่เหมาะสมเพื่อสร้างคำตอบ LLM ที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ GPT-3.5, GPT-4 ของ OpenAI, Claude ของ Anthropic, Gemini ของ Google เป็นต้น
* **การปรับพารามิเตอร์การสร้าง (Generation Parameter Tuning):** ปรับพารามิเตอร์การสร้างของ LLM เช่น อุณหภูมิ (temperature), ความยาวสูงสุด (max length) เป็นต้น เพื่อควบคุมรูปแบบและคุณภาพของข้อความที่สร้างขึ้น
* **การประมวลผลภายหลัง (Post-processing):** ประมวลผลคำตอบที่สร้างโดย LLM ภายหลัง เช่น การลบข้อมูลที่ซ้ำซ้อน การแก้ไขข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ เป็นต้น
## เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
* **เลือกฐานข้อมูลเวกเตอร์ที่เหมาะสม (Choosing the Right Vector Database):** ฐานข้อมูลเวกเตอร์ที่แตกต่างกันมีความแตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับขนาด ราคา ฯลฯ ซึ่งต้องเลือกตามความต้องการที่แท้จริง
* **ปรับกลยุทธ์ Chunking ให้เหมาะสม (Optimizing Chunking Strategy):** กลยุทธ์ Chunking มีผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพของ RAG ต้องปรับตามลักษณะของเอกสารและความสามารถของ LLM
* **ใช้เทคนิคการดึงข้อมูลขั้นสูง (Using Advanced Retrieval Techniques):** นอกเหนือจากการค้นหาความคล้ายคลึงขั้นพื้นฐานแล้ว ยังสามารถใช้เทคนิคการดึงข้อมูลขั้นสูงบางอย่างได้ เช่น:
* **การดึงข้อมูลแบบหลายเวกเตอร์ (Multi-vector Retrieval):** สร้างเวกเตอร์การฝังตัวหลายเวกเตอร์สำหรับแต่ละบล็อกเอกสาร เช่น เวกเตอร์การฝังตัวตามมุมมองที่แตกต่างกันหรือระดับความละเอียดที่แตกต่างกัน
* **การดึงข้อมูลแบบผสม (Hybrid Retrieval):** รวมการดึงข้อมูลตามคำหลักและการดึงข้อมูลตามความหมาย เพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการดึงข้อมูล
* **ใช้เทคนิควิศวกรรมพรอมต์ (Using Prompt Engineering Techniques):** วิศวกรรมพรอมต์เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของ RAG สามารถลองใช้เทมเพลตพรอมต์ที่แตกต่างกันและทำการตรวจสอบเชิงทดลอง
* **ประเมินประสิทธิภาพของระบบ RAG (Evaluating RAG System Performance):** ใช้เมตริกการประเมินที่เหมาะสมเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบ RAG เช่น ความแม่นยำ อัตราการเรียกคืน ความคล่องแคล่ว เป็นต้น
* **ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Optimization):** ประสิทธิภาพของระบบ RAG จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องประเมินและปรับส่วนต่างๆ เป็นประจำ เช่น แหล่งข้อมูล โมเดลการฝังตัว ฐานข้อมูลเวกเตอร์ เทมเพลตพรอมต์ เป็นต้น
* **พิจารณาตัวแปรของ RAG (Considering RAG Variants):** ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี RAG ทำให้เกิดตัวแปร RAG มากมาย เช่น:
* **Agentic RAG:** รวมเทคโนโลยี AI Agent เพื่อให้ระบบ RAG สามารถทำการดึงข้อมูลความรู้และการสร้างคำตอบได้ด้วยตนเอง
* **bRAG (Boosting RAG):** ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ RAG โดยการปรับปรุงการดึงข้อมูลและขั้นตอนการสร้าง
## เครื่องมือแนะนำ
* **Langchain:** เฟรมเวิร์กการพัฒนาแอปพลิเคชัน LLM ที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีส่วนประกอบและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ RAG มากมาย
* **LlamaIndex:** เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สที่เน้น RAG ซึ่งมีฟังก์ชันต่างๆ เช่น การเชื่อมต่อข้อมูล การสร้างดัชนี เครื่องมือค้นหา เป็นต้น
* **Haystack:** เฟรมเวิร์กการพัฒนาแอปพลิเคชัน LLM แบบแยกส่วน ซึ่งมีฟังก์ชัน RAG ที่ทรงพลัง
* **Pinecone, Weaviate, Milvus, Chroma:** ฐานข้อมูลเวกเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป ซึ่งมีฟังก์ชันการค้นหาความคล้ายคลึงที่มีประสิทธิภาพ
* **Hugging Face Transformers:** ไลบรารี NLP ที่ได้รับความนิยม ซึ่งมีโมเดลที่ได้รับการฝึกอบรมล่วงหน้าต่างๆ รวมถึงโมเดลการฝังตัว## สรุป
RAG เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถเพิ่มขีดความสามารถของ LLM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเข้าถึงความรู้ที่กว้างขวางและทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยขั้นตอน เทคนิค และเครื่องมือที่แนะนำในบทความนี้ คุณสามารถสร้างระบบ RAG ที่มีประสิทธิภาพ และนำไปใช้กับสถานการณ์จริงต่างๆ เช่น การบริการลูกค้าอัจฉริยะ การตอบคำถามความรู้ การสร้างเนื้อหา ฯลฯ โปรดจำไว้ว่าระบบ RAG จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สำรวจความเป็นไปได้เพิ่มเติมของ RAG!
Published in Technology





